ความสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม ธุรกิจการตลาด ส่งผลต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ!!

ธุรกิจการตลาด ในมุมมองของคนธรรมดาทั่วไปจะมองเห็นแล้วก็มีความคิดว่าคือเรื่องของแนวทางการขายสินค้าหรือบริการแก่ลูกค้าให้ได้รับค่าแรงงานกลับมาแม้กระนั้นที่จริงแล้วธุรกิจการตลาดนั้นสื่อความหมายมากยิ่งกว่าที่คิดเพราะเหตุว่าธุรกิจการตลาดนี้มิได้เป็นเพียงแค่วิธีขายสินค้าหรือบริการลูกค้าแล้วจบไป แต่ว่าอันที่จริงการตลาดเองก็ควรมีการผลิตสมาคม คิดพินิจพิจารณา หรือก็คือการค้นคว้าวิจัยการตลาด ทำไม่ควรมีการผลิตสโมสร คิดพินิจพิจารณา หรือการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยตลาด วิธีการทำธุรกิจต่างๆเองก็ราวกับจะมีพื้นฐานที่จะจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ เพื่อนำไปปรับใช้สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ให้ออกมามีคุณภาพไม่มีจุดอ่อน หรือการบริการลูกค้าให้ถูกใจสำหรับเพื่อการบริการรวมทั้งทำให้ได้ฐานลูกค้าเข้ามาพร้อมที่จะใช้บริการจากธุรกิจที่มีการศึกษาค้นคว้าการตลาดแล้ว ซึ่งในแนวความคิดของช่วงก่อนในเรื่องเกี่ยวกับการตลาดจะมีเพียงการเป็นระบบขั้นตอนโดยเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้

1. การสร้าง – ผลิตผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่คิดถึงทุนการสร้างที่ใช้เพียงแค่ปริมาณน้อยแม้กระนั้นให้ได้ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หรือภาพลักษณ์ของสินค้าต่อสายตาลูกค้ามองมีคุณค่า
2.
สินค้า – สินค้าสำนักงานผลิตออกมาแล้วจะต้องมีประสิทธิภาพสูงทำให้ลูกค้ากำเนิดสิ่งที่จำเป็นที่จะซื้อหรือใช้บริการ
3.
วิธีขาย – เมื่อส่งผลสินค้าออกมาก็จะต้องมีการส่งขายออกให้ลูกค้าต่อโดยหลักการคิดเป็นขายของให้หมดก่อนจะมีผลิตภัณฑ์เพิ่มเข้ามา โดยมิได้สนถึงสิ่งที่จำเป็นของลูกค้าว่าอยากได้อย่างไร เพียงอยากได้ขายออกไปให้ผลิตภัณฑ์หมดจากคลังที่มีไว้เก็บสินค้าออกไป
4.
การตลาด – ซึ่งภายหลังจากวิธีขายสินค้าให้แก่ลูกค้าไปก็ควรมีกระบวนการทำศึกษาค้นคว้าการตลาดในเรื่องของลูกค้ามีปฏิกิริยากับตัวสินค้าอย่างไร และก็ก็เลยนำผลการค้นคว้าและทำการวิจัยดังที่กล่าวถึงมาแล้วมาปรับปรุงตัวสินค้าเพื่อตรงความปรารถนาของลูกค้า หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อจะขายของออกไปให้แก่ลูกค้า
5.
การตลาดโดยรวม – นำแนวทางคิดรวมทั้งศึกษาค้นคว้าทั้งผองมาพินิจพิจารณาให้เห็นภาพออกมา ว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้การตลาดนี้มีการขับถัดไป หรือจะเป็นแถวทางการตลาดให้คิดแผนเปลี่ยนแปลงให้ส่งผลเสร็จขึ้นมา

แต่ว่าในตอนนี้ได้มีการปรับแนวความคิดเกี่ยวกับการตลาดใหม่ที่มีเทคโนโลยีมามีความเกี่ยวข้องรวมทั้งช่วยการตลาดให้มีรูปร่างรวมทั้งสมรรถนะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามลำดับใหม่ได้ดังต่อไปนี้
1.
การผลิตความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวลูกค้า – หรือให้เรียกว่าการสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยคิดเพียงแค่ว่าให้ลูกค้าได้รับสินค้า หรือการบริการที่เยี่ยมที่สุด
2.
การผลิตความสัมพันธ์ที่ดีด้านในหน่วยงาน/บริษัท – การผลิตสโมสรด้านในธุรกิจก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเพื่อการที่ทำให้ธุรกิจมีกำลังขับเขยื้อนถัดไปได้ ด้วยเหตุว่าถ้าหากว่าปราศจากความชมรมข้างในธุรกิจตั้งแต่ต้น ก็อาจจะก่อให้ไม่มีการสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้าได้เหมือนกัน
3.
การตลาดเชิงสังคม – การตลาดที่นึกถึงสังคมโดยนึกถึงสินค้าหรือการบริการต่อลูกค้าให้มีคุณภาพและก็ไม่มีอันตรายในทุกกรรมวิธีการตั้งแต่ตัวสินค้าไปจนกระทั่ง แนวทางการขายสินค้าสู่ลูกค้า
4.
การผลิตยี่ห้อสินค้า – เพื่อแสดงให้ถึงเครื่องหมายของธุรกิจแล้วก็สินค้าของพวกเรา ให้ลูกค้าได้มองเห็นถึงแนวทางของธุรกิจผ่านทางยี่ห้อสินค้าหรือแบรนด์ของสินค้า

ซึ่งทำให้มองเห็นได้ว่าธุรกิจการตลาดในตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนไปอย่างยิ่งในประเด็นการให้ความเอาใจใส่ตั้งแต่การสร้างตัวสินค้าไปจนกระทั่งแนวทางการขายสินค้าให้แก่ลูกค้า หรือการบริการลูกค้าให้ดีเป็นลำดับแรกแล้วก็ให้ความเอาใจใส่ในเรื่องความเกี่ยวข้องอีกทั้งด้านในและก็ด้านนอกของธุรกิจ

ความไม่เหมือนระหว่างตลาดวัวกระทิงแล้วก็ตลาดหมีเป็นยังไง

ความไม่เหมือนระหว่างตลาดวัวกระทิงแล้วก็ตลาดหมีเป็นยังไง

แม้คุณเป็นผู้ที่ขมีขมันในสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดการลงทุนหรือคุณเป็นนักลงทุนด้วยตัวเองคุณจะต้องเคยทราบคำว่าตลาด หมี‘ รวมทั้ง โค‘ เราผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยพบกับกฎเกณฑ์พวกนี้ไม่ว่าจะผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือบนแพลตฟอร์มธุรกิจที่เอ่ยถึงตลาดการคลัง แนวทางการทำความรู้ความเข้าใจความไม่เหมือนระหว่างตลาดหมีและก็ตลาดวัวกระทิงเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการรู้ความหมายของศัพท์พวกนี้

ตลาดหมีคือขณะที่ตลาดกำลังต่ำรวมทั้งคำนี้มักเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อหุ้นเผชิญการน้อยลงอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาที่ยาวนานตลาดสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นขาลง สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในตอนเดือนหรือยาวนานกว่านั้น พวกเราจะกำหนดตลาดหมีได้เช่นไร การสำรวจว่าดรรชนีมีคุณภาพเช่นไรเป็นแนวทางหนึ่งที่มีคุณภาพสำหรับในการรู้ว่าตลาดอยู่ในตอนขาลหรือเปล่า เป็นต้นว่า S&P 500 รวมทั้ง DJIA สามารถใช้เพื่อตรวจตราตลาดที่น้อยลง เมื่อ S&P 500 ต่ำยิ่งกว่า 15% ตลอดทั้งปีที่ล่วงเลยไปตลาดสามารถชี้แจกได้ว่าเป็นตลาดหมี

ในทางตรงกันข้ามตลาดโคเป็นตลาดที่ตรงกันข้ามกับตลาดหมี ในกรณีนี้ตลาดสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นตลาดวัวกระทิงเมื่อราคาหุ้นในตลาดมีการมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอซึ่งสูงยิ่งกว่าค่าถัวเฉลี่ยธรรมดา เหมือนกับในตลาดหมีดรรชนีจะถูกใช้เพื่อเจาะจงตลาดวัวกระทิง อย่างเช่นถ้าเกิดผลตอบแทนเฉลี่ยของดรรชนีชอบ 12% แต่ว่าด้วยเหตุผลบางสิ่งบางอย่างมันอยู่ที่ 16% หรือสูงขึ้นยิ่งกว่าในบางขณะนี่ถือได้ว่าตลาดวัวกระทิง

โดยเหตุนั้นตลาดโคหรือหมีเป็นยังไงเป็นราคาการเล่าขานว่าตลาดพวกนี้แปรผันขึ้นกับความสามารถทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าหากเศรษฐกิจไม่อาจจะปฏิบัติการได้ดิบได้ดีหรือมีการลดน้อยทางด้านการเงินตลาดจะมีลักษณะที่เป็นลบรวมทั้งน้อยลงตามตอนที่เศรษฐกิจไม่ดี แม้เวลาเศรษฐกิจแจ่มใสและก็ตลาดกำลังดำเนินไปด้วยดีผลที่เกิดเป็นตลาดวัวกระทิง

บางบุคคลมองเห็นตลาดวัวกระทิงรวมทั้งถูกลวงล่อให้ลงทุน ณ จุดนั้น นี่ไม่ใช่ยุทธวิธีที่เฉลี่ยวฉลาดเพราะว่าในบางครั้งราคาหุ้นบางตัวชอบถึงจุดสุดยอดและก็ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็ไม่รู้เรื่อง เมื่อคุณซื้อหุ้นเยอะมากเมื่อราคาพุ่งขึ้นมีการเสี่ยงที่ราคาจะลดน้อยลงโดยเฉพาะถ้าหากคุณซื้อพวกเขาเมื่อพวกเขาอยู่ในราคาแพงสุด อีกทางหนึ่งราคาบางทีอาจไม่สูงมากขึ้นด้วยเหตุดังกล่าวคุณอาจมิได้ผลกำไรจากการลงทุน แนวความคิดเดียวกันนี้ใช้กับตลาดหมี คุณอาจตกลงใจที่จะลงทุนเพราะเหตุว่าราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำสุดด้วยเหตุนี้คุณมุ่งมาดว่าพวกเขาจะเริ่มมากขึ้นอย่างไรก็แล้วแต่ได้โอกาสที่พวกเขาจะต่ำลงได้

ขณะที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการลงทุนในตลาดค้าหุ้นเป็นเมื่อเศรษฐกิจส่งผลประกอบกิจการที่ดีและก็ออกมาจากภาวะถดถอย ปกติแล้วเมื่อถึงจุดนี้เมื่อตลาดเริ่มยกย่องและก็เป็นการยากที่จะคาดคะเนว่าจะกำเนิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้ สำหรับนักลงทุนที่อยากรักษาระดับการเสี่ยงให้ต่ำการลงทุนที่เป็นประจำและก็ให้ความใส่ใจกับการลงทุนในตลาดวัวกระทิงมากเพิ่มขึ้นและก็ให้ความเอาใจใส่กับการลงทุนในตลาดหมีน้อยกว่าเพราะเหตุว่ามีความไม่เที่ยงสูง